TASC3 ข่าวออนไลน์

อ่านข่าว อ่านบทความ อัปเดท 24ชม.

กฎ “ห้ามเดินทาง” ทุบ แอร์ไลน์ Q1 อ่วม!

อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างหนัก โดยอัตราการเติบโตของปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK : revenue passenger kilometers) ทุกภูมิภาคทั่วโลกลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ 26.3%

โดยสายการบินในภูมิภาคยุโรปมีอัตราลดสูงสุดที่ 62% ส่วนภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก มีอัตราการเติบโตของการขนส่งผู้โดยสารอยู่ที่ 11.58% ซึ่งเป็นผลจากการฟื้นตัวของการเดินทางภายในประเทศจีน

สำหรับภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยนั้น ไตรมาส 1/2564 มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติหดตัว 99.7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งผลกระทบหลักมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด รวมถึงมาตรการจำกัดการเดินทาง

และแม้ว่ารัฐจะมีการผ่อนคลายมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศที่อนุญาตให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทยโดยผ่านการตรวจลงตรานักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ (STV) รวมถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มพิเศษอื่น ๆ แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเพียงแค่หลักหมื่นคนเท่านั้น

“สันติสุข คล่องใช้ยา” ซีอีโอ บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น และ บจ.ไทยแอร์เอเชีย บอกว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเเละธุรกิจการบินได้รับผลกระทบมา 1 ปีเต็มเเล้ว โดยในไตรมาส 1/2564 นี้ AAV มีรายได้รวม 1,351 ล้านบาท ลดลงถึง 86% ขาดทุน 1,865 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 671 ล้านบาท โดยมีอัตราขนส่งผู้โดยสารรวมอยู่ที่ 66% ขนส่งผู้โดยสาร 0.98 ล้านคน ลดลง 78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

เช่นเดียวกับบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA ผู้บริหารสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ที่รายงานว่า ไตรมาส 1/2564 บริษัทมีรายได้รวม 1,357.2 ล้านบาท ลดลง 78.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ เป็นผลจากรายได้ของธุรกิจสายการบินลดลงถึง 93.3% ธุรกิจสนามบินลดลง 91.6% และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสนามบินและธุรกิจเกี่ยวเนื่องลดลง 64.2% ส่งผลให้มีตัวเลขขาดทุนสุทธิ 756.5 ล้านบาท

จากรายงานของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ระบุว่า ในช่วง 1 มกราคม-31 มีนาคม 2564 (ไตรมาส 2/2564) บริษัทขาดทุนสุทธิ 3,644.08 ล้านบาท ขณะที่งวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 3,647.64 ล้านบาท โดยมีรายได้ลดลงถึง 10,267.86 ล้านบาท หรือลดลง 85.06%

โดยในส่วนของรายได้จากกิจการการบิน (ค่าบริการผู้โดยสารขาออกและค่าบริการสนามบิน) ลดลง 6,170.29 ล้านบาท เหลือเพียงแค่ 572.37 ล้านบาท หรือลดลง 91.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยจำนวนผู้โดยสารโดยรวมของทั้ง 6 สนามบินลดลง 81.28% และการลดลงของจำนวนเที่ยวบินรวม 66.86%

อย่างไรก็ตาม ทอท.ได้ปรับประมาณการปริมาณการจราจรทางอากาศปีงบประมาณ 2564-2567 ว่า ในกรณีที่ประเทศไทยมีการเปิดประเทศหลังเดือนตุลาคม 2564 ภายใต้สมมติฐานที่มีการฉีดวัคซีนได้ทั่วโลกตามเป้าหมาย จะทำให้ผู้โดยสารมีความเชื่อมั่นต่อการเดินทาง โดยคาดว่าปริมาณการจราจรทางอากาศจะกลับมาอยู่ในระดับปกติเช่นเดียวกับปีงบประมาณ 2562 ในปีงบประมาณ 2566

แต่ถ้าในกรณีที่ประเทศไทยทำการเปิดประเทศหลังเดือนมกราคม 2565 ภายใต้สมมุติฐานที่การฉีดวัคซีนมีความล่าช้า โดยมีสาเหตุมาจากการกลายพันธุ์ของโรค, ปัญหาในการผลิต, การขนส่ง และการแจกจ่าย ฯลฯ คาดว่าปริมาณการจราจรทางอากาศจะกลับมาอยู่ในระดับปกติเช่นเดียวกับปีงบประมาณ 2562 ในปีงบประมาณ 2567

ทั้งนี้ ผลบวกของวัคซีนที่เริ่มทยอยฉีดมาตั้งแต่เดือกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จะทำให้การท่องเที่ยวและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคกลับมาและทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้เร็วแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับระยะเวลาและประสิทธิภาพในการ กระจายวัคซีน ตลอดจนคุณสมบัติของวัคซีนที่นำมาใช้ด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับ: กฎ “ห้ามเดินทาง” ทุบ แอร์ไลน์ Q1 อ่วม!