TASC3 ข่าวออนไลน์

อ่านข่าว อ่านบทความ อัปเดท 24ชม.

“วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล” จาก เสี่ยแป้งมัน ผันสู่ รมช. 2 ปี ปลอดหนี้หมื่นล้าน

เปิดเส้นทาง “วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล” จาก “เสี่ยแป้งมันพันล้าน” สู่ “รมช.คมนาคม” นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 10 วัน เจอเรื่องร้อนทั้งโควิด-คำถามเรื่องหนี้หมื่นล้านที่หายไป

วันที่ 21 เมษายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานกรณี นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ถูกตั้งข้อสังเกตว่าหนี้สินของเขากับภรรยาคือ นางยลดา หวังศุภกิจโกศล รวมประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท หายไปเกือบทั้งหมด เหลืออยู่ประมาณ 35.5 ล้านบาท หลังดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้เกือบ 2 ปี ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ปริศนาหนี้หมื่นล้าน “วีรศักดิ์” ตอบแล้ว ไม่กังวล “ศรีสุวรรณ” ยื่นตรวจสอบ
ศรีสุวรรณ จับพิรุธ “วีรศักดิ์-ยลดา ร้อง ป.ป.ช. สอบปมหนี้หายหมื่นล้าน

“ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับนายวีรศักดิ์ ซึ่งตกเป็นจำเลยสังคมในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ให้ผู้อ่านได้เห็นเส้นทางของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผู้เกิดจากครอบครัวยากจน มีพี่น้องถึง 11 คน ก่อนเป็นที่รู้จักในจังหวัดนครราชสีมาในนาม “กำนันป้อ” หรือ “เสี่ยแป้งมันพันล้าน”

จากเด็กชายป้อสู่ “กำนันแหนบทองคำ”

ในรายการ “กศน.โชว์ by ครูพี่โอ๊ะ” ที่ออกอากาศทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ ETV Channel เมื่อเดือนมีนาคม 2564 “วีรศักดิ์” หรือ “ป้อ” ในวัย 65 ปี (เกิด 20 พ.ย. 2498) มาให้สัมภาษณ์ในฐานะไอดอล กศน.VIP โดยถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตวัยเด็กแสนยากลำบากว่า เขาเติบโตที่จังหวัดนครราชสีมา ในครอบครัวยากจนที่มีพี่น้องถึง 11 คน หลังเรียนจบ ป.7 ก็ไม่ได้เรียนต่อ เพราะพ่อแม่ไม่มีเงิน ต้องทำนาและทำเกษตรกรรมมันสำปะหลัง หาเงินส่งน้อง ๆ เรียน

ประวัติ รมช.ศึกษา สุดปัง ‘กนกวรรณ วิลาวัลย์’ นำทีมสางปมครูจุ๋ม

กว่าชีวิต “วีรศักดิ์” จะได้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาอีกครั้งก็เมื่ออายุ 39 ปี หลังเจอกับคู่ชีวิตคือ “ยลดา” หรือ “หน่อย” สาวการศึกษาสูงที่ผลักดันให้สามีเรียนต่อ โดย “วีรศักดิ์” ได้เข้าเรียนต่อที่ กศน.อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา จนจบ ม.ปลาย และจบปริญญาตรี ศิลปศาสตร์บัณฑิต จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ด้วยการศึกษาที่สูงขึ้นทำให้เขาสามารถต่อยอดธุรกิจมันสำปะหลัง ก่อตั้ง บริษัท แป้งมันเอี่ยมเฮงอุตสาหกรรม จำกัด ได้สำเร็จ และได้รับเลือกจากชาวบ้าน ตำบลกุดโบสถ์ อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา ให้เป็นกำนันรางวัลแหนบทองคำ 2 ปีซ้อน

เส้นทางการเมือง

จากความรู้ ประสบการณ์ และเครือข่ายชาวไร่มันสำปะหลัง ทำให้แสงออร่าของ “กำนันป้อ” หรือที่ชาวโคราชคุ้นหูในนาม “เสี่ยแป้งมันพันล้าน” ส่องเข้าตา “เนวิน ชิดชอบ” ผู้มากบารมีแห่งพรรคภูมิใจไทยเข้าอย่างจัง เขาเลยถูกวางตัวให้เป็นแม่ทัพใหญ่ลุยสมรภูมิเมืองโคราชในศึกเลือกตั้งมีนาคม 2562

ผลปรากฏว่า “เนวิน” มองคนไม่ผิด เพราะ “กำนันป้อ” นำ ส.ส.ภูมิใจไทย คว้าชัยชนะในเมืองโคราช มาได้ถึง 3 เขต จากนโยบาย “เปลี่ยนไร่มันให้เป็นบ่อน้ำมัน” ชูแนวคิดระบบกำไรแบ่งปันจากพ่อค้ามายังเกษตรกร เอาใจประชาชนในพื้นที่ อำเภอครบุรี และอำเภอเสิงสาง ซึ่งเป็นอำเภอที่มีการเพาะปลูกมันสำปะหลังมากที่สุดในประเทศ รวมถึงนโยบายการส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถปลูกกัญชาได้โดยเสรี และนโยบายเพิ่มสิทธิประโยชน์ในการใช้ประโยชน์ที่ดิน ส.ป.ก. เพื่อก่อรายได้ ฯลฯ

เมื่อบรรลุภารกิจนำ ส.ส.เข้าสภา ได้สำเร็จ “กำนันป้อ” จึงได้นั่งเก้าอี้ รมช.พาณิชย์ ในรัฐบาลประยุทธ์ 2 แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีกระแสข่าวว่าเขาอาจจะวืดเก้าอี้ รมช.พาณิชย์ เนื่องจากเคยถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดคดีรุกที่ดินในเขต ส.ป.ก. 1,200 ไร่ ซึ่งเขายืนยันว่าคดีความได้จบไปแล้ว

เปลี่ยนเก้าอี้ รมช.พาณิชย์-คมนาคม

ทำงานร่วมกับ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ 1 ปี 8 เดือน “กำนันป้อ” ถูกโยกจาก รมช.พาณิชย์ ไปเป็น รมช.คมนาคม แทน “ถาวร เสนเนียม” ที่ถูกศาลอาญาชั้นต้นพิพากษา จำคุก 5 ปี ไม่รอลงอาญา ในคดีคดีกลุ่มกบฏคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.)

ทำให้ “กำนันป้อ” ได้ทำงานร่วมกับ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รมว.คมนาคม เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคเดียวกัน

ในพิธีอําลาตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ต่างพรรค “จุรินทร์” รัฐมนตรีว่าการ หัวหน้าพรรรคประชาธิปัตย์ กล่าวขอบคุณ “กำนันป้อ” ว่า โอกาสนี้ขอบคุณในความทุ่มเทเสียสละ และตั้งใจในการปฎิบัติหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ในโอกาสพิเศษนี้ขอแสดงความยินดีกับตำแหน่งใหม่คือ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ถือว่ายังอยู่ในรัฐบาลเดียวกัน จะได้มีโอกาสทำงานร่วมกันต่อไป เป็นมงคลอย่างยิ่งสำหรับท่าน ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งให้รับตำแหน่งใหม่ในคณะรัฐบาลนี้อีกครั้งหนึ่ง

ส่วน “กำนันป้อ” ตอบกลับว่า ดีใจและไม่อยากจากกระทรวงพาณิชย์ ตั้งแต่ได้ตำแหน่ง ส.ส. และมาทำงานครั้งแรกที่กระทรวงพาณิชย์ในฐานะรัฐมนตรีช่วย มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง มีความรู้สึกอบอุ่น ช่วงเวลา 1 ปี 8 เดือน มีความสุข จะจดจำแต่สิ่งดี ๆ ท่านรองนายกฯ (ุจุรินทร์) ให้ความสำคัญกับตน ทำให้เวลา 1 ปี 8 เดือน เหมือนไม่กี่วัน ถึงจะไปอยู่ที่กระทรวงคมมาคม แต่ก็ทำงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับท่านนายกฯ และท่านรองนายกฯ ได้เป็นอย่างดี

คมนาคมยูไนเต็ด

29 มีนาคม 2564 “กำนันป้อ” ได้ฤกษ์เข้าปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม โดย “ศักดิ์สยาม” กล่าวถึงการทำงานร่วมกับ “กำนันป้อ” และ “อธิรัฐ รัตนเศรษฐ” รมช.คมนาคม อีกคน ว่า พวกตนทั้งสามคนทำงานกันเป็น “คมนาคมยูไนเต็ด” ยืนยันว่าทำงานร่วมกันและคุยกันตลอด ไม่ต้องห่วง

“รัฐมนตรีของคมนาคมครั้งนี้ มาจากจังหวัดบุรีรัมย์ ก็คือผม (ชี้นิ้วมาที่ตัวเอง) และทั้งสองท่านที่เป็นรัฐมนตรีช่วยก็เป็นคนโคราชทั้งคู่ รู้จักคุ้นเคยกันอยู่แล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาและไม่ต้องห่วง เพราะพวกเรากินข้าวด้วยกันทุกวัน ขออย่าให้มีปัญหากันนะครับ เพราะผมกลัวสื่อนี่แหละครับ ที่จะทำให้เราทั้งสาม มีปัญหากัน” รมว.คมนาคมกล่าว

ไม่ถึง 10 วัน หลังย้ายมากระทรวงคมนาคม มีรายงานข่าวว่า “กำนันป้อ” ซึ่งมีกำหนดไปร่วมพิธีเปิดให้บริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข 6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา ช่วง อ.ปากช่อง-อ.สีคิ้ว ระยะทาง 36 กิโลเมตร ไม่สามารถไปร่วมงานได้ เนื่องจากต้องกักตัว 14 วัน (7-20 เม.ย.)

วันต่อมาคือ 7 เมษายน 2564 “กำนันป้อ” เข้าตรวจเชื้อโควิด-19 ที่สถาบันบําราศนราดูร ระบุว่าลาประชุมคณะรัฐมนตรี และคิดว่าตนมีความเสี่ยงสูงมาก เพราะใกล้ชิดกับคนไปทั่ว ส่วนใกล้ชิดกับใครบ้างนั้นไม่ขอตอบ เมื่อถูกถามว่าใช่ “ศักดิ์สยาม” หรือไม่ “กำนันป้อ” ตอบเพียงว่า เจอหลายคน เลยคิดว่าตัวเองมีความเสี่ยงสูงมาก

เมื่อ ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของ “ยลดา” หลังเข้ารับตำแหน่งนายก อบจ.นครราชสีมา เมื่อเดือนมกราคม 2564 แล้วไม่พบหนี้สินกว่า 1 หมื่นล้านบาท ของ “กำนันป้อ” และภรรยา ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. เมื่อเดือนสิงหาคม 2562 ขณะเข้ารับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ทั้งคู่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดหนี้หมื่นล้านจึงหมดไปอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาเพียง 2 ปี

“กำนันป้อ” ขอใช้เวลากักตัวให้ครบ 14 วัน ก่อน เมื่อพ้นกำหนดกักตัวในวันที่ 21 เมษายน จึงได้ออกมาชี้แจงว่า หนี้ที่หายไปมี 9 พันล้านบาทเท่านั้น อีกทั้งยังไม่ใช่หนี้ที่ตนเองก่อ แต่เป็นหนี้ที่เกิดจากการเซ็นค้ำประกันการทำงานทางธุรกิจให้กับบุคคลอื่น ก่อนเข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี เมื่อมีการชดใช้กันแล้ว หนี้ในส่วนนี้จึงหายไป

ยืนยันว่าเมื่อเป็นรัฐมนตรีแล้ว ไม่เคยเซ็นคำประกันให้ใครอีกเลย จึงไม่จำเป็นต้องชี้แจงอะไรเพิ่มเติมต่อ ป.ป.ช.

ทั้งหมดนี้คือเส้นทาง นักการเมืองนักสู้ จาก ป. 7 สู่ กศน. และรัฐศาสตร์บัณฑิต ที่พรรคภูมิใจไทยไว้วางใจ ในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย 2 กระทรวง 2 ปี ผู้ปลอดหนี้เฉียดหมื่นล้าน

 

 

 

 

 

 

 

 

อ่านข่าวต้นฉบับ: “วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล” จาก เสี่ยแป้งมัน ผันสู่ รมช. 2 ปี ปลอดหนี้หมื่นล้าน