TASC3 ข่าวออนไลน์

อ่านข่าว อ่านบทความ อัปเดท 24ชม.

หุ้นไทยไม่ไปไหนไกล 1,600-1,625 จุด ถูกกดดันลงทุนนอก-รอประชุมเฟด

ตลาดหุ้นไทยไม่ไปไหนไกลแกว่งตัวกรอบเดิม 1,600-1,625 จุด แม้ได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากความคืบหน้าฉีดวัคซีนในประเทศ แต่ถูกกดดันจากลงทุนภายนอก นักลงทุนส่วนใหญ่กำลังรอความชัดเจนเงินเฟ้อสหรัฐ เดือน พ.ค. หากสูงกว่าคาด อาจส่งผลต่อการประชุมธนาคารกลางสหรัฐในสัปดาห์หน้า พิจารณาชะลอความร้อนแรงลงด้วยการลดวงเงิน QE

วันที่ 8 มิถุนายน 2564 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ว่า SET ไม่ไปไหนไกล คาดเช้านี้ยังเคลื่อนไหวกรอบเดิมเช่นเดียวกับวานนี้ระหว่าง 1,600-1,625 จุด แม้จะได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากความคืบหน้าของการฉีดวัคซีนในประเทศ แต่ตลาดอาจถูกกดดันจากบรรยากาศการลงทุนภายนอกได้ เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่กำลังรอความชัดเจนประเด็นเรื่องเงินเฟ้อสหรัฐ เดือน พ.ค. ที่หากสูงกว่าคาด อาจส่งผลต่อการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ในสัปดาห์หน้า ให้พิจารณาชะลอความร้อนแรงลงด้วยการลดวงเงิน QE

สำหรับจำนวนการฉีดวัคซีนวันแรกถือว่าเกินความคาดหมาย โดยวานนี้ ดร.สาธิต ปีตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยข้อมูลการฉีดวัคซีนวันแรก เวลา 17.00 น. พบว่าภายใน 1 วันมีผู้ได้รับการฉีดวัคซีนราว 3.56 แสนราย ทางฝ่ายวิจัยประเมินว่าหากประเทศไทยสามารถรักษาอัตราการฉีดวัคชีนรายวันไว้ได้ในระดับนี้ จะทำให้การสร้างภูมิคุ้มกันหมู่เกิดเร็วขึ้น จากเดิมที่ต้องใช้ระยะเวลาราว 3.3 ปี (Bloomberg คาดการณ์) จะเหลือระยะเวลาเพียง 9-10 เดือน ก็จะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้แล้ว ในภาพรวมจึงยังคงมองเป็น บรรยากาศบวกต่อ Re-opening Theme

ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนวานนี้ส่วนใหญ่จะเป็นวัคซีน AstraZeneca ซึ่งหากพิจารณาจากจำนวนวัคซีน AstraZeneca ที่จะส่งมอบในเดือน มิ.ย. นี้ ที่มีจำนวนเพียง 6 ล้านโดส ถ้าหากประเทศไทยมีอัตราการฉีดวัคซีนที่ 3.5 แสนรายต่อวัน จะใช้เวลาเพียง 16 วัน จำนวนวัคซีนที่ส่งมอบมาก็จะหมดลง แต่ปัจจุบันประเทศไทยยังมีวัคซีนที่นำเข้ามาแล้วจาก Sinovac อีกราว 6.5 ล้านโดส ดังนั้น ทางฝ่ายวิจัยจึงคาดว่าถ้า AstraZeneca สามารถส่งมอบวัคซีนในเดือนนี้ได้ทันตามที่ประกาศ จะทำให้ประเทศไทยมีวัคซีนเพียงพอต่อการฉีดตลอดเดือน มิ.ย.นี้

ด้านตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญก่อนการประชุม FED สัปดาห์หน้า โดยสหรัฐจะประกาศตัวเลข Core CPI ของเดือน พ.ค.ในวันพฤหัสบดีนี้ (เวลาประเทศไทย) ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่าจะขยายตัว 3.4% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน สูงกว่าเดือนก่อนที่ออกมา 3.0% ซึ่งถือเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้ตลาดเกิดความผันผวนบนประเด็นเงินเฟ้อสหรัฐและการปรับนโยบายการเงินของ FED

ล่าสุดผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี ยังยืนอยู่ที่ระดับ 1.56% ซึ่งถือว่าอยู่ในโซนด้านล่างของช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ยังไม่สะท้อนภาพการคาดการณ์การเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED อย่างไรก็ดี FED ยังคงทำธุรกรรม Reverse Repo อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวานนี้ FED ถอนสภาพคล่องออกไปราว 4.86 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งทางฝ่ายวิจัยมองเป็นการส่งสัญญาณถอนสภาพคล่องออกจากตลาดการเงินอย่างเงียบๆ ดังนั้นการประชุม FED ครั้งนี้จึงมีความสำคัญมากต่อทิศทางนโยบายการเงินในระยะถัดไป

อ่านข่าวต้นฉบับ: หุ้นไทยไม่ไปไหนไกล 1,600-1,625 จุด ถูกกดดันลงทุนนอก-รอประชุมเฟด